หลายคนไม่รู้! สูติบัตร ห้ามเคลือบ อาจทำให้เอกสารถูกปฏิเสธการใช้งานในหลายหน่วยงาน

สูติบัตร คือ เอกสารสำคัญทางราชการ ที่ออกโดยนายทะเบียนคนเกิด ภายในเขตท้องที่ที่เด็กเกิด เพื่อเป็นหลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดข...




สูติบัตร คือ เอกสารสำคัญทางราชการ ที่ออกโดยนายทะเบียนคนเกิด ภายในเขตท้องที่ที่เด็กเกิด เพื่อเป็นหลักฐานแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการเกิดของบุคคลนั้นๆ อย่างเป็นทางการ ซึ่งในสูติบัตรจะระบุข้อมูลสำคัญต่างๆ ดังนี้
1. ข้อมูลของเด็ก
ชื่อตัว ชื่อสกุล
วัน เดือน ปีเกิด
เวลาเกิด (โดยประมาณ)
เพศ
สถานที่เกิด (บ้านเลขที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด)
2. ข้อมูลของบิดามารดา
ชื่อตัว ชื่อสกุล
สัญชาติ
ที่อยู่ (ตามที่แจ้ง)
3. ข้อมูลอื่นๆ
ลำดับการเกิด (บุตรคนที่เท่าไร)
ลายมือชื่อนายทะเบียน
วัน เดือน ปี ที่ออกสูติบัตร
เลขประจำตัวสูติบัตร
ความสำคัญของสูติบัตร
สูติบัตรเป็นเอกสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต เนื่องจากเป็นหลักฐานแรกเริ่มที่แสดงถึงการมีตัวตนตามกฎหมาย เป็นเอกสารที่ยืนยันว่าบุคคลนั้นได้เกิดมาและมีสิทธิตาม

กฎหมาย
การพิสูจน์สัญชาติ ใช้เป็นหลักฐานในการแสดงสัญชาติของบุคคล
การยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด เป็นหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุตรกับบิดามารดา
การใช้สิทธิและรับบริการต่างๆ จำเป็นสำหรับการติดต่อหน่วยงานราชการ การสมัครเรียน การเข้ารับการรักษาพยาบาล การทำบัตรประชาชน การขอหนังสือเดินทาง และอื่นๆ อีกมากมาย
ทำสูติบัตรใช้เอกสารอะไรบ้าง ?
เพื่อให้การทำสูติบัตรให้ลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น คุณพ่อคุณแม่จะต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้พร้อม โดยเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่เกิดของลูกน้อย ดังนี
กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล
หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ฉบับจริง ที่ออกโดยโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งเกิด (โดยทั่วไปคือ บิดา หรือ มารดา)
สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่ต้องการเพิ่มชื่อเด็ก (หากมี)
บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา (ตัวจริง)
สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและมารดา (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ในกรณีที่บิดามารดาจดทะเบียนสมรส
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ของบิดาหรือมารดา
กรณีเกิดในโรงพยาบาล สามารถแจ้งเกิดและขอสูติบัตรได้ที่สำนักงานทะเบียน โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีบริการติดต่อที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ จำเป็นต้องติดต่อให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด
ไขข้อสงสัย เคลือบสูติบัตรได้ไหม ?
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ โดยทั่วไปแล้ว ไม่แนะนำ ให้เคลือบสูติบัตร ถึงแม้ว่าการเคลือบพลาสติกจะช่วยป้องกันการเปรอะเปื้อนหรือฉีกขาดได้ แต่ก็มีข้อเสียในการเคลือบสูติบัตร ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ ข้อเสียของการเคลือบสูติบัตร
1. ทำให้สูติบัตร “หมดสภาพ” ในทางกฎหมาย: หน่วยงานราชการหลายแห่ง ไม่ยอมรับ สูติบัตรที่ถูกเคลือบพลาสติก เนื่องจากถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพเอกสาร อาจทำให้เกิดความสงสัยว่ามีการปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูลภายในหรือไม่
2. ยากต่อการตรวจสอบ: การเคลือบพลาสติกทำให้ยากต่อการตรวจสอบลายเซ็น หรือตราประทับที่อยู่บนสูติบัตร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการยืนยันความถูกต้องของเอกสาร
3. อาจทำให้เอกสารเสียหายในระยะยาว: ถึงแม้จะป้องกันการเปรอะเปื้อนได้ แต่ความร้อนที่ใช้ในการเคลือบอาจทำให้กระดาษสูติบัตรเสียหาย หรือตัวอักษรเลือนหายไปในระยะยาวได้
เคลือบสูติบัตรได้ไหม การเก็บรักษาสูติบัตรลูก
แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะเอาสูติบัตรลูกไปเคลือบพลาสติก มีวิธีดูแลรักษาสูติบัตรให้คงทนและอยู่ในสภาพดีได้ง่ายๆ ดังนี้
1. เก็บในซองหรือแฟ้มเอกสาร: หาซองพลาสติกใส หรือแฟ้มสำหรับเก็บเอกสารโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ความชื้น และการขีดข่วน
2. เก็บในที่แห้งและไม่อับชื้น: หลีกเลี่ยงการเก็บสูติบัตรในบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือโดนแสงแดดโดยตรง
3. สำเนาเก็บไว้หลายชุด: ถ่ายสำเนาสูติบัตรเก็บไว้หลายๆ ชุด ทั้งแบบกระดาษและแบบไฟล์ดิจิทัล เพื่อใช้ในการติดต่อหน่วยงานต่างๆ แทนฉบับจริงในบางกรณี และเพื่อเป็นหลักฐานสำรองหากฉบับจริงสูญหาย
4. ใช้ความระมัดระวังในการหยิบจับ: จับต้องสูติบัตรด้วยความเบามือ เพื่อป้องกันการฉีกขาด
เคลือบสูติบัตรได้ไหม สูติบัตรลูก ควรเก็บสูติบัตรในซองเอกสาร
1. ป้องกันความเสียหาย: ซองเอกสารช่วยป้องกันไม่ให้สูติบัตรสัมผัสกับสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง และความชื้นโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เอกสารเสียหายหรือเลือนลางได้
2. ป้องกันรอยยับและรอยพับ: การเก็บในซองเอกสารจะช่วยให้สูติบัตรอยู่ในสภาพเรียบ ไม่เกิดรอยยับหรือรอยพับ
3. จัดเก็บเป็นระเบียบ: การใส่ซองเอกสารช่วยให้สามารถจัดเก็บสูติบัตรร่วมกับเอกสารสำคัญอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบและง่ายต่อการค้นหา
4. ป้องกันการสูญหาย: การเก็บไว้ในซองเอกสารและจัดเก็บในที่ที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญหาย
ประเภทของซองเอกสารที่เหมาะสมในการเก็บสูติบัตรลูก
1. ซองพลาสติกใส: ช่วยให้มองเห็นเอกสารภายในได้ง่าย และป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง
2. ซองกระดาษ: ควรเลือกซองที่ทำจากกระดาษคุณภาพดี ไม่เป็นกรด เพื่อป้องกันเอกสารในระยะยาว
3. ซองซิป: ช่วยป้องกันฝุ่นและความชื้นได้ดี และมีความทนทาน
สูติบัตรหาย… อย่าเพิ่งตกใจ! รู้จักขั้นตอนการขอใหม่
สูติบัตรถือเป็นเอกสารสำคัญอันดับต้นๆ ของชีวิตลูกน้อย เป็นหลักฐานทางราชการที่ใช้ยืนยันตัวตนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย การสูญหายของสูติบัตรจึงอาจสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ หากสูติบัตรตัวจริงของลูกหายไป ยังมีขั้นตอนที่คุณสามารถดำเนินการเพื่อขอเอกสารใหม่ได้ ดังนี้ เมื่อสูติบัตรตัวจริงหาย สิ่งที่ต้องทำ
1. ติดต่อทางอำเภอที่แจ้งเกิด: สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการติดต่อ ที่ว่าการอำเภอ หรือ สำนักงานเขต ที่คุณได้แจ้งเกิดลูกน้อยไว้ เพื่อ ขอคัดและรับรองสำเนาถูกต้อง จากทะเบียนสูติบัตรต้นฉบับที่อำเภอมีอยู่ วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด หากทางอำเภอยังมีข้อมูลต้นขั้วอยู่
2. ในกรณีที่อำเภอไม่มีต้นขั้ว: หากทางอำเภอที่คุณแจ้งเกิดไม่มีข้อมูลสูติบัตรต้นฉบับแล้ว คุณยังสามารถดำเนินการขอเอกสารใหม่ได้ โดยติดต่อ ที่ว่าการอำเภอ หรือ สำนักงานเขต ที่ลูกน้อย มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือ อำเภอที่ลูกน้อยเกิด เพื่อ ขอให้ออกหนังสือรับรองการเกิดแทนสูติบัตร
ในการดำเนินการนี้ สิ่งที่ต้องเตรียม
พยานบุคคลจำนวน 2 คน ที่ทราบเรื่องการเกิดของบุตรคุณเป็นอย่างดี
หลักฐานประกอบ ต่างๆ ที่สามารถนำไปยืนยันข้อมูลการเกิดได้ เช่น
ทะเบียนบ้านของคุณและบุตร
บัตรประชาชนของคุณและคู่สมรส
วุฒิการศึกษา (อาจเป็นประโยชน์ในการยืนยันข้อมูลชื่อ-สกุล)
สิ่งที่สำคัญที่คุณต้องแจ้งให้ทางอำเภอทราบอย่างละเอียด คือ
วัน เดือน ปีเกิด ของบุตร
สถานที่เกิด ของบุตร
ชื่อ – ชื่อสกุล ของบุตร
ชื่อ – ชื่อสกุล ของบิดา
ชื่อ – ชื่อสกุล ของมารดา
ชื่อสกุลของมารดาก่อนสมรส
สำหรับข้อสงสัยที่ว่า เคลือบสูติบัตรได้ไหม คำตอบคือ ไม่แนะนำให้เคลือบสูติบัตร สูติบัตรลูกเป็นเอกสารราชการสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเก็บรักษาไว้อย่างดีและนำไปใช้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น อย่าให้สูญหาย หรือเสียหาย
ข้อมูล theasianparent

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images